เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน ครั้งที่ 15

เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน ครั้งที่ 15
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563
ณ ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่​

ในรูปแบบ Running New Normal “ไทยวิ่งไทย”
ภายในสถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19
รับสมัครเฉพาะคนไทย
จำกัดจำนวนทุกระยะทาง เพียง 5,000 คน

เปิดรับสมัคร เริ่ม 15 สิงหาคม 2563 (สำหรับนักวิ่งชาวไทยเท่านั้น)

สำหรับนักวิ่งชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย กรุณารอประกาศในวันที่ 1 ตุลาคม 2563

          การวิ่งมาราธอน เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรม ซึ่งเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและนิยมจัดขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างถิ่นให้เดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมและท่องเที่ยวในเมืองของตัวเองอย่างได้ผล เช่น บอสตันมาราธอน, แอล.เอ.มาราธอน, ลอนดอนมาราธอน, ฮอนโนลูลูมาราธอน, ซีดนีย์มาราธอน, นิวยอร์คมาราธอน, โตเกียวมาราธอน, ปักกิ่งมาราธอน, ฮ่องกงมาราธอน, สิงคโปร์มาราธอน ฯลฯ ในประเทศไทยก็มีหลายจังหวัด จัดกิจกรรมวิ่งมาราธอนขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว
          เชียงใหม่มาราธอน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เกิดจากความคิดและลงมือทำของกลุ่มคนชาวเชียงใหม่กลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเมตตาศึกษา (วัดเจดีย์หลวง) ที่มีใจรักในการวิ่งมาราธอนและมีประสบการณ์และความรู้ความสามารถในการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนมากว่า 30 ปี ตลอดจนมีความสัมพันธ์อันดีกับวงการวิ่งมาราธอน ทั้งในและต่างประเทศ ได้เป็นผู้ริเริ่มจัดโครงการนี้ขึ้นโดยงบประมาณส่วนตัว แบบเศรษฐกิจพอเพียง
          เชียงใหม่มาราธอน มีปัจจัยพื้นฐานและจุดเด่นมากมาย ที่ทำให้นักวิ่งซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สมัครล่วงหน้าและเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี โดยในการจัดครั้งที่ 7 ปี 2555 มีนักวิ่งนานาชาติเข้าร่วมการแข่งขัน 32 ประเทศ, ครั้งที่ 8 ปี 2556 มีนักวิ่งจากนานาชาติ เพิ่มขึ้นเป็น 38 ประเทศ, ครั้งที่ 9 เมื่อ 21 ธันวาคม 2557 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันล่วงหน้าทะลุ 3,200 คน จาก 39 ประเทศ คิดเป็น 57% หรือ 1,824 คน เป็นนักวิ่ง-นักท่องเที่ยว ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากต่างประเทศ และในการจัดครั้งที่ 10 เมื่อ 20 ธันวาคม 2559 ก็มีนักวิ่งสมัครล่วงหน้า 6,119 คน จาก 52 ประเทศ รวมนักวิ่งมวลชนในท่องถิ่นกว่า 1 พันคน รวมผู้ร่วมกิจกรรมมากถึง 7,200 คน โดยในการจัดการแข่งขันในปี 2559 ครั้งที่ 11 มีผู้สมัครมากกว่า 10,000 คน จาก 53 ประเทศ เป็นนักวิ่งชาวต่างชาติ 2,973 คน ครั้งที่ 12 มีผู้สมัครมากกว่า 10,000 คน จาก 55 ประเทศ เป็นนักวิ่งชาวต่างชาติ 2,846 คน และในปีที่ผ่านมา ครั้งที่ 13 มีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 11,000 คน จาก 54 ประเทศ โดยเป็นชาวต่างชาติ 2,926 คน ทำให้เชียงใหม่มาราธอน เป็นสนามวิ่งมาราธอนที่มีผู้สมัครชาวต่างชาติ บินข้ามน้ำข้ามทะเล มาร่วมการแข่งขันมากที่สุด ของสนามมาราธอนทั่วประเทศ ติดต่อกันมา 3 ปี


วัตถุประสงค์ในการจัดงาน

 เพื่อเป็นกิจกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลัง Covid-19 โดยใช้ การแข่งขันกีฬามวลชนเป็นสื่อ ตามนโยบายของรัฐบาล

 เพื่อเป็นกิจกรรมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Thailand Sports Tourism)
 เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และสนับสนุนการพัฒนาเมืองเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก
 เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทย ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ด้วยการ เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ
 นำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับหน่วยงานสาธารณกุศล ด้านการศึกษา-สังคม และสิ่งแวดล้อม ในจังหวัดเชียงใหม่


ประเภทของการแข่งขัน

MARATHON 42.195 Km.

ปล่อยตัว 03.00 น. Cut Off 7 ชั่วโมง
รับสมัคร มาราธอนหน้าเก่า 1,000 คน, มาราธอนหน้าใหม่ 500 คนรวม 1,500 คน
แบ่งกลุ่มอายุการแข่งขันดังนี้

ชายหญิง
อายุ 18-39 ปีอายุ 18-39 ปี
อายุ 40-49 ปีอายุ 40-49 ปี
อายุ 50 ปีขึ้นไปอายุ 50 ปีขึ้นไป
มาราธอนหน้าใหม่ ชายมาราธอนหน้าใหม่ หญิง

 มาราธอนหน้าใหม่ หมายถึงนักวิ่งชาวไทยที่ยังไม่เคยลงสนามมาราธอน 42.195 กม.แม้แต่ครั้งเดียวในชีวิตนี้ นับถึง 20 ธันวาคม 2563
 เวลา Cutoff เริ่มนับตั้งแต่นักวิ่งคนสุดท้าย ของ Wave สุดท้าย ในแต่ละระยะทาง ออกจากจุดสตาร์ท


HALF MARATHON 21.1 Km.

ปล่อยตัว 04.00 น. Cut Off 3.30 ชั่วโมง
รับสมัคร 1,500 คน แบ่งกลุ่มอายุการแข่งขันดังนี้

ชายหญิง
อายุ 18-29 ปีอายุ 18-29 ปี
อายุ 30-39 ปีอายุ 30-39 ปี
อายุ 40-49 ปีอายุ 40-49 ปี
อายุ 50 ปีขึ้นไปอายุ 50 ปีขึ้นไป

 เวลา Cutoff เริ่มนับตั้งแต่นักวิ่งคนสุดท้าย ของ Wave สุดท้าย ในแต่ละระยะทาง ออกจากจุดสตาร์ท


MINI MARATHON 10Km.

ปล่อยตัว 05.00 น. Cut Off 1.30 ชั่วโมง
รับสมัคร 2,000 คน
แบ่งกลุ่มอายุการแข่งขันดังนี้Contextual table-heading-Dark color-info color

ชายหญิง
อายุ 15-29 ปีอายุ 15-29 ปี
อายุ 30-39 ปีอายุ 30-39 ปี
อายุ 40-49 ปีอายุ 40-49 ปี
อายุ 50 ปีขึ้นไปอายุ 50 ปีขึ้นไป

 เวลา Cutoff เริ่มนับตั้งแต่นักวิ่งคนสุดท้าย ของ Wave สุดท้าย ในแต่ละระยะทาง ออกจากจุดสตาร์ท

แผนที่เส้นทางวิ่ง 2020

จุดเริ่มต้น ณ ประตูท่าแพ ทุกระยะทาง
เส้นชัย 42K และ 21K ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอแม่ริม
เส้นชัย 10K ณ ประตูท่าแพ

ป้ายระยะทาง-จุดบริการต่างๆในเส้นทาง จะแจ้งให้ทราบก่อนการแข่งขัน

ค่าสมัคร (รับสมัครเฉพาะคนไทย)

ประเภทระยะทาง15 ส.ค.-15 ก.ย.1-15 ต.ค.จำนวน
มาราธอน (ทั่วไป)1,000 บาท1,200 บาท1,000 คน
มาราธอนหน้าใหม่800 บาทปิดรับสมัคร500 คน
ฮาล์ฟมาราธอน700 บาท900 บาท1,500 คน
มินิมาราธอน500 บาท600 บาท2,000 คน
 ขออภัย ปีนี้งดการวิ่งในประเภทเด็กๆ (ล่นละอ่อนต่อนแต่น) และฟันรัน 5 กม.
 การรับสมัครอาจปิดก่อนกำหนด หากมีผู้สมัครเต็มตามจำนวนแต่ละระยะทางที่กำหนด

ถ้วยรางวัล / เงินรางวัล / เสื้อที่ระลึก / เหรียญผู้พิชิต / ประกาศเกียรติบัตร / อื่นๆ​
รายการ42KMFirst42K21K10KM
ถ้วยรางวัล1-5 กลุ่มอายุ1-10 ช/ญ1-5 กลุ่มอายุ1-5 กลุ่มอายุ
เงินรางวัล1-5 กลุ่มอายุ1-5 ช/ญ1-5 กลุ่มอายุ1-3 กลุ่มอายุ
เสื้อที่ระลึก (SIZE)เสื้อกล้ามเสื้อกล้ามเสื้อกล้ามเสื้อกล้าม
เสื้อ Finisher 42K--
Timing chip
42K TOP100--
เหรียญผู้พิชิต
ถุง Goodie Bag
ประกาศเกียรติบัตร
ประกันอุบัติเหตุ
อาหาร-เครื่องดื่ม

เงินรางวัลผู้ชนะการแข่งขัน
ทุกกลุ่มอายุ ชาย / หญิง
อันดับ42K42K หน้าใหม่21K10K
1.10,000.-7,000.-5,000.-3,000.-
2.8,000.-5,000.-4,000.-2,000.-
3.7,000.-4,000.-3,000.-1,000.-
4.6,000.-3,000.-2,000.--
5.5,000.-2,000.-2,000.--
หมายเหตุ
ผู้ที่ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 บาทขึ้นไป จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 5.0 ของมูลค่าของรางวัล ตามประกาศกรมสรรพากร ทป.4/2528 ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรฯ
: การรับเงินรางวัล ฝ่ายจัดการแข่งขันจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนักวิ่ง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ในวันแข่งขันเป็นต้นไป หลังจากคณะกรรมการได้ตรวจสอบภาพถ่าย และ VDO การแข่งขันแล้ว
: นักวิ่งผู้ชนะการแข่งขันต้องเตรียมบัตรประชาชน และเลขที่บัญชีธนาคาร ส่งมอบให้กรรมการ หลังจากประกาศผลการแข่งขัน (ชื่อบัญชีต้องตรงกับผู้ชนะ)
: ห้ามการซื้อ-ขาย-โอน BIB ต่อไปให้บุคคลอื่น โดยเด็ดขาด


บริการ ฟรี รถสองแถว (สี่ล้อแดง)  

กลับจากเส้นชัย พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร  
สำหรับนักวิ่งมาราธอนและฮาล์ฟมาราธอน มาที่ประตูท่าแพ  

เริ่มบริการตั้งแต่เวลา 06.30-10.30 น.  

บริการรับฝากของ 42K และ 21K  
หลังจุดปล่อยตัวที่ประตูท่าแพ
โดยมีรถบริการนำของไปไว้ที่เส้นชัย  

สำหรับนักวิ่งมาราธอนและฮาล์ฟมาราธอน  


นักวิ่งมาราธอนและฮาล์ฟมาราธอน
รับถ้วยรางวัล  
อาหารเช้า-เครื่องดื่ม นวดคลายกล้ามเนื้อ ณ หลังเส้นชัย  
มีลานจอดรถสำหรับญาติมิตรไปรอรับนักวิ่ง  

RUNNING NEW NORMAL

ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโรค COVID-19 “ไทยวิ่งไทย”
ลดจำนวนนักวิ่ง-ผ่านจุดคัดกรอง-สวมหน้ากากก่อนวิ่ง-ลดการสัมผัส-รักษาระยะห่าง

 ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย และไม่เคยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศในรอบ 14 วัน นับถึงวันวิ่ง 20 ธันวาคม 2563
 ลดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมลง 50% จากปี 2562 จำนวน 10,000 คน เหลือผู้สมัคร 5,000 คน (42K=1,500 / 21K=1,500 / 10K=2,000)
 งดกิจกรรมกองเชียร์ในเส้นทางวิ่ง งดการวิ่งในประเภทเด็ก (ล่นละอ่อนต่อนแต่น) งดกิจกรรมการประกวดนักวิ่งแฟนซี
 งดนักวิ่งควบคุมเวลา Pacer เปลี่ยนเป็นนักวิ่งอาสาพาเข้าเส้นชัย (Sweeper)
 ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ต้องมีอายุตรงตามกลุ่ม และระยะทางที่สมัคร โดยใช้ ปี พ.ศ. 2563 ลบด้วย ปี พ.ศ. เกิด
 ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ไม่รับสมัครหน้างานโดยเด็ดขาด
 ห้ามการ ซื้อ-ขาย-โอน BIB ต่อไปให้บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด
 ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ต้องติดหมายเลข BIB ไว้ที่หน้าอกเสื้อให้มองเห็นชัดเจน
 คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์การเข้าพื้นที่จัดงาน เฉพาะผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม เท่านั้น
 ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ยกเว้นในขณะวิ่ง (พิธีกรจะแจ้งให้ถอดหน้ากาก)
 ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ต้องผ่านจุดคัดกรองตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ก่อนเข้าพื้นที่
 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องโหลดแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” และ “Sportsplits” เพื่อลงทะเบียนให้ ศบค. สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหว ได้ตลอดเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรม
 การเข้าจุดสตาร์ท ผู้สมัครต้องเข้าเป็นกลุ่ม เป็น Wave ตามจำนวนและลำดับของการปล่อยตัว ซึ่งจะแจ้งในคู่มือการวิ่ง
 การปล่อยตัวออกจากจุดสตาร์ท ปล่อยตัวเป็น Wave (ตามเพศ-กลุ่มอายุ-ระยะทาง) *กำหนดที่แน่นนอน จะแจ้งให้ทราบในคู่มือการแข่งขัน
 จับเวลาด้วย Chips Timing (Chips Start) รายงานผลหลังนักวิ่งคนสุดท้ายเข้าเส้นชัย (บนเว็บไซต์)
 เวลา Cut Off จะเริ่มนับ เมื่อนักวิ่ง คนสุดท้ายของ Wave สุดท้าย ของแต่ละระยะทางออกจากจุดสตาร์ท
 ในเส้นทางวิ่ง นักวิ่งควรรักษาระยะห่างกับนักวิ่งคนอื่นๆ อย่างน้อย 1 เมตร สามารถวิ่งแซงได้เมื่อนักวิ่งคนหน้าวิ่งช้ากว่า
 นักวิ่งในระยะมาราธอนและฮาล์ฟมาราธอน ปล่อยตัวที่ประตูท่าแพ เข้าเส้นชัย ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร อ.แม่ริม
 นักวิ่งในระยะมินิมาราธอน ปล่อยตัวที่ประตูท่าแพ เข้าเส้นชัย ณ ประตูท่าแพ
 การดื่มน้ำในเส้นทางวิ่ง บริการเป็นขวดขนาดเล็กปิดผนึก ลดการสัมผัส นักวิ่งต้องเปิดขวดน้ำเอง
 หลังวิ่งที่เข้าถึงเส้นชัยแล้ว ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลา เพื่อรับการบริการอื่นๆ
 หลังเข้าเส้นชัย ไม่มีการเข้าคิวรับสถิติเวลาในการวิ่ง นักวิ่งต้องเข้าไปรับสถิติบนเว็บไซต์เท่านั้น ด้วยโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
 นักวิ่งที่ชนะการแข่งขันในแต่ละประเภท ผลการแข่งขันจะติดบอร์ด ณ เต็นท์ตรวจสอบผลการแข่งขัน
 บริการอาหารกล่องหลังเข้าเส้นชัย (นักวิ่ง 1 คน ต่ออาหาร 1 ชุดเท่านั้น)
 การรับถ้วยรางวัล จะมอบหลังจากนักวิ่งแต่ละระยะทางเข้าเส้นชัย และตรวจสอบผลการแข่งขันแล้ว ณ เวทีเส้นชัยตามระยะ

การจัดงานวิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ระบาดทั่วโลกมีความเสี่ยง
หากมีคำสั่งจาก ศบค. หรือภาครัฐ ห้ามดำเนินการจัดกิจกรรมตามวัน-เวลา ที่กำหนด
หรือเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ที่ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้
ฝ่ายจัดการแข่งขันขอสงวนสิทธิ์ในการปรับรูปแบบในการจัดงานหรือเลื่อนกำหนดวันจัดงาน และขอสงวนสิทธิ์ ในการคืนเงินค่าสมัคร

กำหนดวัน EXPO DAY
รับเสื้อ-เบอร์วิ่ง-Chip

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00-19.00 น.
สำหรับนักวิ่งในเชียงใหม่และใกล้เคียง

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563  เวลา 10.00-19.00 น.
สำหรับนักวิ่งต่างจังหวัดที่เดินทางมาไกล

ณ สถานที่จัดงาน ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
โปรดนำ บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง หรือข้อมูลการสมัครบนโทรศัพท์มือถือ หรือหลักฐานการชำระเงิน ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่
*** ไปรับแทนคนอื่น ต้องแสดงบัตรประชาชนของตน และข้อมูลการสมัครสมบูรณ์ บนโทรศัพท์มือถือของผู้สมัคร ต่อเจ้าหน้าที่ ***

รายการนี้ ไม่บริการจัดส่งทางไปรษณีย์

JOG&JOY สำนักงาน โทร. 02-721-6009 (09.00-17.00 น.) เสาร์-อาทิตย์ ปิดทำการ
Mobile : 098-824-1317, 086-391-8434
E-mail: cs@JogAndJoy.run

"ระยะทางกับความประทับใจทุกเส้นทางที่ให้คุณได้มากกว่าความโชคดี"